โปรแกรมท่องเที่ยว-ทัวร์ ฟิลิปปินส์

โครงการดูงาน มหาวิทยาลัย ของฟิลิปปินส์



โปรแกรมท่องเที่ยว ฟิลิปปินส์ 5วัน4คืน ดูงาน

Entertainment city

 วันแรก 5กันยายน 2559 สนามบินสุวรรณภูมิ –กรุงมะนิลา ประเทศฟิลิปปินส์ (-,L,D)

07.00 น. คณะพร้อมกันที่สนามบินสุวรรณภูมิ ผู้โดยสารระหว่างประเทศ ชั้น 4 โดยมีเจ้าหน้าที่ของบริษัทฯ คอยให้การต้อนรับ (หัวหน้าทัวร์แนะนำการเดินทาง)

09.35 น. ออกเดินทางไปยังสนามบินมะนิลา

12.25 น. ถึงสนามบินมะนิลา “ฟิลิปปินส์” หรือ “สาธารณรัฐฟิลิปปินส์” (Republic of the Philippines) เป็นประเทศหมู่เกาะที่มีเกาะถึง7,107 เกาะ เป็นอีกหนึ่งประเทศเพื่อนบ้านใกล้เรือนเคียงประเทศไทยของเรา ที่มีความน่าสนใจเดินทางไปเที่ยว โดยเฉพาะผู้ที่ชื่นชอบท่องเที่ยวเชิงศึกษาประวัติศาตร์และวัฒนธรรม ฟิลิปปินส์มีความโดดเด่นในเรื่องของวัฒนธรรมที่ได้รับการถ่ายทอดเอาวัฒธรรมหลายอย่างมาจากสเปนและอเมริกาในยุคอาณานิคมมามาก ทำให้ฟิลิปปินส์มีความผสมผสานทางด้านวัฒนธรรมอันเป็นเอกลักษณ์เฉพาะที่รวมเอาทั้งความเป็นตะวันออกและตะวันตกเข้าไว้ด้วยกันได้อย่างกลมกลืน ซึ่งชวนเชิญให้น่าเดินทางไปสัมผัสและรู้จักกับประเทศฟิลิปปินส์ให้มากขึ้น
โดยถ้าอยากจะมาเที่ยวและสัมผัสให้เห็นถึงประวัติศาสตร์และวัฒนธรมความเป็นมาของฟิลิปปินส์ ก็คงจะต้องเดินทางมายังเมืองหลวงของฟิลิปปินส์ นั่นคือ “มะนิลา” (Manila) ตั้งอยู่บนเกาะลูซอน เดิมมีชื่อเรียกว่า “ไมนีลัด” เพราะมีต้นนีลัด ออกดอกสีขาวพราวไปหมด

ท่านไปรับประทาน อาหาร ณ ภัตราคาร

ชม Entertainment city เป็นช็อปปิ้งมอลแห่งใหม่และใหญ่เป็นอันดับต้นๆของอาเซี่ยน ภายในมีร้านค้า คาสิโน โรงแรมหรู หน่วยงานของฟิลิปปินส์คาดหวังว่า Entertainment City จะดึงดูดเงินจากนักท่องเที่ยว โดยเฉพาะจากนักท่องเที่ยวจีนได้ไม่แพ้มาเก๊าในอนาคต

นำท่านไปยังสวนสาธารณะ มนิลา ซึ่งตั้งอยู่ใจกลางกรุงมนิลา

นำท่านเข้า โรงแรม Heritage Hotel4ดาว หรือ เทียบเท่า

และนำท่านรับประทานอาหารเย็น ณ ภัตราคาร


Philippines-Intramuros-Fortsantiago-Sanagustinchurch

 วันที่สอง 6 กันยายน 2559 ดูงานมหาวิทยาลัย University of STO Tomas -สวนริซัล ( Rizal Park )- เมืองโบราณอินทรามูรอส (Intramuros)- ป้อมซานติเอโก (Fort Santiago)- “โบสถ์ซานอากุสติน” (San Agustin Church)-''คาซา มะนิลา” (Casa Manila)(B,L,D)

 07.00 น. บริการอาหารเช้า ณ.ห้องอาหารของโรงแรม

หลังจากนั่นนำท่านไปเยี่ยมชมดูงานที่ มหาวิทยาลัย University of STO Tomas

เที่ยง รับประทานอาหารเที่ยง ณ ภัตราคาร

ชม สวนริซัล ( Rizal Park ) สวนสาธารณะในฟิลิปปินส์ สวนริซัล หรือ Rizal Park ตั้งอยู่ใจกลางกรุงมะนิลา เมืองหลวงของฟิลิปปินส์ ชื่อของสวนแห่งนี้ Rizal Park ตั้งขึ้นเพื่อเป็นเกียรติแก่ นายโฮเซ่ ริซัล (Jose Rizal) วีรบุรุษของประเทศ ผู้เป็นทั้งหมอ นักเขียน และกวี ที่สร้างแรงบันดาลใจให้ชนชาติฟิลิปปินส์ฮึกเหิมและ กล้าหาญที่จะต่อสู้กับเจ้าอาณานิคมชาวสเปนจนสามารถประกาศ อิสรภาพได้สำเร็จ

ท่านชม เมืองโบราณอินทรามูรอส (Intramuros) มรดกอารยธรรมทางประวัติศาสตร์ในคศ. 1600 มีลักษณะเป็นป้อมปราการและกำแพงเมืองภายในมีชุมชนและสถานที่สำคัญมากมาย เช่น ป้อมซานตีเอโก โบสถ์ซานอากุสติน และหอศิลป์โบราณ เป็นที่ซึ่งคุณจะได้สัมผัสสถาปัตยกรรมในอดีตที่สะท้อนวิถีชีวิตและความเป็นมาของฟิลิปปินส์ในปัจจุบัน สิ่งที่ควรระวังคือ ด้านหลังของอินทรามูรอสมีชุมชนแออัดอยู่ และมักมีเด็กๆ แห่กันมาขอเงินเมืองอินทรามูรอส เมืองเก่าของมะนิลา ตั้งอยู่ทางตอนใต้ของแม่น้ำปาซิก (Pasig River) ภายในกำแพงเมืองรูปหัวธนูซึ่งเป็นกำแพงเมืองแบบตะวันตกที่ได้รับความนิยมในระยะนั้น กำแพงแต่ละด้านยาว 4 กิโลเมตร เมืองนี้เดิมเป็นที่ตั้งพระราชวังของราชาสุไลมาน กษัตริย์ชาวมุสลิม ต่อมา สเปนได้เข้ายึดและเปลี่ยนมะนิลาเป็นเมือหลวงของอาณานิคมสเปน ภายในป้อมมีทั้งโบสถ์ คอนแวนต์ โรงเรียนและโรงพยาบาล ค่ายทหาร รวมถึงสถานที่ราชการต่างๆ อินทรามูรอส (Intramuros) ถูกสร้างขึ้นตั้งแต่ปีค.ศ.1571 โดยกลุ่มชาวสเปนที่มีผู้นำในการก่อสร้างคือ Miguel Lopez de Legazpi เพื่อป้องกันการรุกรานจากกลุ่มโจรสลัด อินทรามูรอส เคยถูกเปลี่ยนมือไปสู่การดูแลของอังกฤษในช่วงปีค.ศ.1762 ก่อนที่สเปนจะตีคืนมาได้ใน 2 ปีถัดมา และ อินทรามูรอส ก็ถูกเปลี่ยนมืออีกครั้งไปสู่สหรัฐอเมริกาในปีค.ศ.1898 ก่อนที่จะถูกญี่ปุ่นเข้าทำลายและยืดครองในช่วงสงครามโลกครั้งที่ 2หลังจากที่ผ่านทั้งพายุ แผ่นดินไหว ไฟไหม้ และภัยสงคราม อินทรามูรอส ก็แทบจะไม่เหลืออะไรให้เห็น กระทั่งกลายเป็นเมืองร้างในช่วงระยะเวลาหนึ่ง ก่อนที่ทางการจะยื่นมือเข้ามาบูรณปฏิสังขรณ์ จนมีสภาพดีขึ้นอย่างที่เห็นในปัจจุบัน และกลายเป็นสถานที่ท่องเที่ยวยอดนิยมเมื่อมาเยือนมะนิลา ภายใน ป้อมอินทรามูรอส ถูกสร้างขึ้นมาเพื่อเป็นศูนย์กลางในการปกครองการศึกษา วัฒนธรรม ศาสนา และการค้า ฯลฯ ลักษณะทางสถาปัตยกรรมเหมือนเมืองในสมัยยุโรปยุคกลาง ที่มีกำแพงล้อมรอบและค่ายป้อมยามมิดชิด ภายในพื้นที่เกือบ 400 ไร่ ถูกล้อมด้วยกำแพงหินสูงที่มีโบสถ์ โรงเรียน และสถานที่ราชการตั้งอยู่ภายใน

ป้อมซานติเอโก (Fort Santiago)

หนึ่งในไฮไลต์สำคัญที่ควรมาเยือนในอินมรามูรอส คือ ป้อมซานติเอโก (Fort Santiago) หนึ่งในป้อมปราการที่เก่าแก่ที่สุดของมะนิลา ซึ่งถือเป็นด่านแรกที่ป้องกันการโจมตีจากข้าศึกที่เข้ามาทางปากแม่น้ำปาซิกจากอ่าวมะนิลา ป้อมแห่งนี้ถูกทำลายจากการโจมตีหลายครั้ง ต่อมาได้รับการบูรณะเพื่อเป็น "ปูชนียสถานแห่งเสรีภาพ" (Shrine of Freedom) นอกจากนี้ในสมัยที่ญี่ปุ่นเข้าครอบครอง ยังถูกใช้เป็นสถานที่คุมขังนักโทษพลเรือนโดยคุก Dungeon แต่เดิมเคยใช้เป็นที่เก็บอาวุธ ต่อมาใช้เป็นสถานที่สังหารนักโทษคราวละหลายร้อยคน ตัวห้องขังตั้งอยู่ติดกับแม่น้ำปาซิก นักโทษจะต้องเดินลงไปยังห้องขังด้านล่าง ทหารจะปล่อยน้ำจากแม่น้ำเข้ามา และนักโทษก็จะจมน้ำตายในที่สุด รอบๆ ป้อมปราการยังมีอาคารเก่าแก่ที่ใช่ในยามศึกสงครามอยู่ด้วย และบางส่วนก็ใช้เป็นสถานที่จัดนิทรรศการ มีสวยหย่อมที่ตกแต่งอย่างสวยงามด้วยน้ำพุและต้นไม้ ใครอยากนั่งรถม้าชมสถานที่ก็มีให้บริการเช่นกัน ถือเป็นอีกหนึ่งสถานที่สำคัญในประวัติศาสตร์ของฟิลิปปินส์ที่ควรมาเยือนสักครั้ง

ชม “โบสถ์ซานอากุสติน” (San Agustin Church) ถูกสร้างขึ้นในปีค.ศ. 1599 ตามแบบสถาปัตยกรรมสเปน สร้างด้วยหินทั้งหลังมีความสง่างาม เป็นสิ่งปลูกสร้างหนึ่งเดียวภายในอินทรามูรอสที่ไม่ถูกระเบิดในสงครามโลกครั้งที่ 2 แต่ว่าได้สูญเสียหนึ่งในหอระฆังแฝดไปในแผ่นดินไหวปีค.ศ. 1863 และปีค.ศ. 1889 และโบสถ์แห่งนี้ถูกสร้างขึ้นถึงสามครั้ง ซึ่งสองครั้งแรกถูกไฟไหม้ไป
โบสถ์ซานอากุสติน มีความสวยงามสะดุดตาไม่น้อย ผนังโบสถ์ด้านหน้าชวนมองด้วยสไตล์ที่นำเสาดอริกเกลี้ยงๆ มารองรับหัวเสาแบบโครินเธียน บานประตูใหญ่แกะสลักเป็นรูปนักบุญออกุสตินกับนักบุญโมนีกาผู้มารดาได้งดงามน่าทึ่งด้วยไม้ตีนนกเนื้อแข็งของฟิลิปปินส์ และใกล้ๆ กับโบสถ์ยังมีสำนักสงฆ์และพิพิธภัณฑ์ที่เก็บสมบัติล้ำค่าไว้ให้ได้ชื่นชมกัน อาทิ โบราณวัตถุของฟิลิปปินส์ งานศาสนศิลป์ และเครื่องปั้นดินเผาของจีน สเปน และเม็กซิกัน

เดินทางไปยัง “คาซา มะนิลา” (Casa Manila) ที่นี่เป็นย่านที่อยู่อาศัยของชนชั้นสูงชาวสเปนเมื่ออดีต ซึ่งถูกบูรณะขึ้นมาใหม่ให้เป็นแหล่งท่องเที่ยวทางประวัติศาสตร์ หากเดินไปตามถนนสายเล็กๆ สองฝากฝั่งถนนจะมีตึกทรงโบราณแบบสเปนที่สวยงามแปลกตาให้ได้ชม หากได้เดินเข้าไปชมภายในบ้านโบราณจะเห็นความสวยงามของบ้านที่อวดไม้เนื้อแข็งสวยๆ ทั้งหลัง แถมด้วยหน้าต่างบานเลื่อนเปลือกหอยมุก และภายในบ้านมีการจัดแสดงห้องต่างๆ ไว้ มีการจัดเฟอร์นิเจอร์ที่จำลองวีถีชีวิตความเป็นอยู่จริงๆในสมัยนั้นให้ได้ชมกัน ซึ่งเฟอร์นิเจอร์เหล่านี้ดูสวยงามมาก และยังมีห้องใต้ดิน รวมถึงมีลานสวนสวยๆให้ได้ยลกันด้วย

เย็นรับประทานอาหารเย็น ณ ภัตราคาร

นำท่านเข้า โรงแรม **Heritage Hotel **4ดาว หรือ เทียบเท่า


Philippines-Intramuros-Fortsantiago-Sanagustinchurch

 วันที่สาม วันที่ 7 กันยายน 2559 (B,L,D)

 07.00 น. บริการอาหารเช้า ณ.ห้องอาหารของโรงแรม
นำท่าน Malacanang Palace ทำเนียบมาลากันยังเป็นสถานที่พำนักของ ประธานาธิบดีของฟิลิปปินส์มาหลายยุคหลายสมัย เดิมใช้เป็นที่พักของประธานาธิบดี มาลากันยังซึ่งเป็นบ้านหลังใหญ่ที่ก่อสร้างด้วยหิน แต่เดิมเป็นบ้านของนายพลหลุยส์ มิเกล ฟอร์เมนโด ที่ซื้อบ้านหลังนี้เมื่อ ค.ศ. 1825 ด้วยราคา 1,100 เปโซ ต่อมาในปี 1849 รัฐบาลสเปนขอซื้อต่อในราคา 5,000 เปโซ เพื่อทำเป็นบ้านพักฤดูร้อนของผู้สำเร็จราชการชาวสเปนในฟิลิปปินส์หลังจากที่ ทำเนียบที่พักของ Governor General ผู้ปกครองชาวสเปนที่อยู่ใจกลางเมืองหรือย่านอินทรามูรอสถูกทำลายลงจึงทำการ ย้ายมาอยู่ที่มาลากันยังเป็นการถาวร
ทำเนียบมาลากันยังมีชื่อเสียงมากในสมัยมาร์กอสเป็นประธานาธิบดี มีการต่อเติมจนใหญ่โตหรูหรา หลังจากที่บางส่วนเสียหายด้วยพายุไต่ฝุ่นและแผ่นดินไหว ก็มีการดัดแปลงสร้างต่อเติมจนใหญ่โตกว้างขวางอย่างที่เป็นในปัจจุบัน เมื่อสิ้นสุดประธานาธิบดีมาร์กอส ในสมัยประธานาธิบดีอาคีโนไม่ยอมย้ายเข้าไปอยู่ที่มาลากันยัง เพราะรังเกียจกลิ่นอายและบรรยากาศหรูหราสุดกู่ของนายมาร์กอสและนางอิเมลด้า หากแต่ประธานาธิบดีอาคีโนยังใช้ทำเนียบมาลากันยังเป็นที่ต้อนรับแขกบ้านแขก เมือง และเป็นที่จัดงานทางราชการเป็นครั้งคราว โดยเปิดบางส่วนของทำเนียบเป็นพิพิธภัณฑ์เก็บของใช้ส่วนตัวของนายมาร์กอสและ นางอิเมลด้าภริยา ห้องที่อื้อฉาวมากคือห้องเก็บร้องเท้าของนางอิเมลลด้าที่มีมากถึง 30,000 คู่ ในสมัยของประธานาธิบดีรามอสซึ่งมีความเคารพนับถือนายมาร์กอสมากได้ทำการปรับ ปรุงพิพิธภัณฑ์มาลากันยังให้เป็นแหล่งศึกษาข้อมูล ประวัติศาสตร์การเมืองของประเทศ และรวบรวมประวัติศาสตร์ความเป็นมาของประธานาธิบดีฟิลิปปินส์ ในสมัยประธานาธิบดีอาร์โรโยเปิดทำเนียบมาลากันยังใช้เพียง 2 ใน 3 ส่วนเท่านั้น เพื่อใช้เป็นสำนักงานในการทำหน้าที่ประธานาธิบดี

รับประทานอาหารเที่ยง ณ ภัตราคาร

Makati Business District Rolling Tour นั่งรถชมย่านธุรกิจ

เมืองโบนิฟาซิโอ โกลบอล (Fort Bonifacio Global City) เป็นแหล่งศูนย์กลางเศรษฐกิจ ของมนิลา ซึ่งธุรกิจ BPO ส่วนใหญ่เป็นบริษัทต่างชาติ จึงจำเป็นต้องร่วมมือกับบริษัทพัฒนาอสังหาริมทรัพย์รายใหญ่ๆของประเทศเพื่อสร้างย่านธุรกิจขึ้นใจกลางเมืองมะนิลา โดยบริษัทพัฒนาอสังหาริมทรัพย์มักจะพัฒนาย่านเหล่านั้นให้มีอาคารสำนักงาน ห้างสรรพสินค้า ร้านค้าปลีก ร้านอาหาร และสถานบันเทิงต่างๆ

Ayala Museum เป็นพิพิธภัณฑ์เอกชนที่เก็บค่าเข้าชมค่อนข้างสูง คนในประเทศเก็บ 225 เปโซ ชาวต่างชาติเก็บ 450 เปโซ ภายในไม่อนุญาติให้ถ่ายภาพ นักท่องเที่ยวต้องฝากกล้องไว้ที่เคาน์เตอร์ ภายในพิพิธภัณฑ์จะแบ่งเป็นห้องๆ โซนแรกจะกล่าวถึงประวัติความเป็นมาของประเทศฟิลิปปินส์ตั้งแต่ยุคหินจนถึง ยุคปัจจุบัน และห้องการเมืองการปกครองมีทำเนียบประธานาธิบดีในยุคสมัยต่างๆ ห้องเครื่องเงินเครื่องทองและถ้วยชามโบราณ ห้องเครื่องแต่งกายประจำชาติ ฯลฯ

ค่ำ ทานอาหารค่ำ ณ ภัตราคาร

เข้าที่พัก โรงแรม Heritage Hotel หรือ เทียบเท่า


 วันที่สี่ University of the Philippines-Villa Escudero-Mall of Asia (MOA) SM Mall of Asia

 07.00 น. บริการอาหารเช้า ณ.ห้องอาหารของโรงแรม

นำท่านดูงาน ที่ University of the Philippines

รับประทานอาหารกลางวัน ณ Villa Escudero เป็นร้านอาหารชื่อดังใน เอเชีย ที่นั่งทานอาหารและมีน้ำตกไหลผ่าน เป็นบรรยากาศที่อเมสซิ่งมากๆ

Mall of Asia (MOA) SM Mall of Asia หรือที่คนแถวนี้จะเรียกสั้นๆว่า MoA (โม-อา) ห้างที่ใหญ่ที่สุดอันดับ 3 ของโลกด้วยพื้นที่ 407,000 ตร.ม. ตั้งอยู่ริมอ่าวมะนิลา ตรงริมอ่าวจะเป็นลาน มีร้านอาหาร เครื่องเล่น ถ้าอากาศดีน่าเดินมาก

รับประทานอาการเย็น แบบ Seafood

เข้าที่พัก โรงแรม Heritage Hotel หรือ เทียบเท่า


 วันที่ห้า City tour -กลับ กรุงเทพ

 07.00 น. บริการอาหารเช้า ณ.ห้องอาหารของโรงแรม

City tour

 21.35 น.ได้เวลาออกเดินทางกลับสู่ประเทศไทย โดยสายการบิน Cebu แปรซิฟิก
 23.50 น. ถึงสนามบินสุวรรณภูมิโดยสวัสดิภาพ พร้อมด้วยความประทับใจ


 หมายเหตุ บริษัท ฯ ขอสงวนสิทธิ์ที่จะเปลี่ยนแปลงราคาตามความเหมาะสม ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับการเปลี่ยนแปลงของอัตราแลกเปลี่ยน และสายการบิน (โดยเฉพาะภาษีน้ำมัน ซึ่งมีการผันผวนอยู่ตลอดเวลา) สภาพทางการเมืองภัยทางธรรมชาติแต่ยังคงจะรักษามาตรฐานการบริการและคำนึงถึงความต้องการ, ความปลอดภัยและประโยชน์ของลูกค้าเป็นสำคัญ